ความก้าวหน้าในขณะนี้จะเป็นการนำเสนอผลการวิจัยในรายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 (หรือความก้าวหน้าในรอบ 6 เดือนแรกของปีที่ 2) ซึ่งได้ทำเสร็จสิ้นไปแล้ว ส่วนความก้าวหน้าครั้งที่ 4 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

ความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านโบราณคดี ในรอบ 6 เดือนแรกของปีที่ 2 งวดที่ 3 (พ.ศ.2548)

ความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านโบราณคดีแบ่งออกเป็น
1) การทบทวนวรรณกรรม
2) การวิเคราะห์โบราณวัตถุ และข้อมูลในแต่ละประเภท

1) การทบทวนวรรณกรรม ด้านโบราณคดี

การดำเนินงานวิจัยในรอบหกเดือนแรกของปีที่สอง แบ่งออกเป็นการทบทวนวรรณกรรมของโบราณคดี และมานุษยวิทยากายภาพ-โครงกระดูกและฟันคน ที่เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้เรื่องสังคม และวัฒนธรรมในสมัย โฮโลซีนตอนกลาง การทำนายอายุของบุคคลจากฟัน และโรคฟันผุของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ และทบทวนวรรณกรรมวิธีวิทยาในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับ การวิเคราะห์เปรียบเทียบ (analogy) ซึ่งเป็นวิธีวิทยาทางโบราณคดีที่ช่วยในการตีความหลักฐานทาง โบราณคดีประเภทต่างๆ และการวิเคราะห์ด้วยไอโซโทป ความรู้ที่ประมวลมาทั้งหมดจะช่วยเป็นแนวทาง ในการวิเคราะห์และตีความข้อมูลของทุกศาสตร์

ในรอบหกเดือนแรกของปีที่สองโครงการฯ ได้สำรวจเอกสารทั้งหมดไม่น้อยกว่า 172 เล่มที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นในการศึกษา และมีผลการดำเนินงานของด้านต่างๆ ดังนี้

ก ) ทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับองค์ความรู้จำนวนทั้งหมด 40 ชิ้น ภาษาไทยจำนวน 24 ชิ้น ภาษาอังกฤษจำนวน 16 ชิ้น ข ) วิเคราะห์ประเภทเครื่องมือหินกะเทาะ และชนิดของกระดูกสัตว์ ค ) ทำการทดลองทางโบราณคดีเกี่ยวกับเครื่องมือหินกะเทาะและกระดูกสัตว์ ง) จัดเตรียมตัวอย่าง เพื่อส่งไปตรวจหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีคาร์บอน 14 ที่ Beta Analytic Inc. มลรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา จ ) วาดแผนผังการกระจายตัวของโบราณวัตถุแต่ละระดับของแหล่งโบราณคดี เพิงผาถ้ำลอดทั้งหมด

การทบทวนวรรณกรรม ด้านโบราณคดี ในส่วนขององค์ความรู้ ผู้วิจัยได้ทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับ สภาพของสังคมและวัฒนธรรมในสมัยโฮโลซีนตอนกลาง หรือสมัยยุคหินใหม่ และคาบเกี่ยวกับสมัย ยุคโลหะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเลือกทบทวนจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้โดยสังเขป เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการศึกษาเปรียบเทียบ ซึ่งจะช่วยอธิบายหลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากแหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่และเพิงผาถ้ำลอด และเชื่อมโยงกับบริบทของประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลกต่อไป ส่วนวิธีวิทยาก็ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องการศึกษาเปรียบเทียบ (Analogy) ซึ่งเป็นวิธีการที่นักโบราณคดีใช้เป็นแนวทางการศึกษาเพื่อช่วยในการตีความหลักฐานทางโบราณคดี โดยเฉพาะโครงการฯ ได้ใช้วิธีการทดลองทางโบราณคดี (Experimental archaeology) และชาติพันธุ์วรรณนาทางโบราณคดี (Ethnoarchaeology) มาช่วยในการวิเคราะห์เครื่องมือหินกะเทาะ กระดูกสัตว์และการตั้งถิ่นฐานของคนในอดีต สำหรับหนังสือที่ทบทวนวรรณกรรมมีจำนวน 40 เล่ม แบ่งเป็นภาษาไทย 24 เล่ม ภาษาอังกฤษ 16 เล่ม

2) การวิเคราะห์ข้อมูล ด้านโบราณคดี

วัตถุประสงค์ของการวิจัย ด้านโบราณคดี

ผู้วิจัยได้วางแผนในรอบ 6 เดือนแรกของปีที่สอง โดยจะเน้นวิเคราะห์โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุที่ได้จากการขุดค้นของแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด ดังนี้

1. วิเคราะห์เครื่องมือหินกะเทาะ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับกิจกรรม เทคโนโลยีดั้งเดิม ระยะเวลาในการอยู่อาศัยบริเวณเพิงผาถ้ำลอด และหน้าที่ของแหล่งโบราณคดี

2. วิเคราะห์กระดูกสัตว์ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับการดำรงชีพ ความหลากหลายของชนิดสัตว์ที่ถูกเลือกมากินเป็นอาหาร หน้าที่ของแหล่งโบราณคดี และตอบคำถามเรื่องสภาพแวดล้อมโบราณ

3. เตรียมส่งตัวอย่างจากแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีที่มีขนาดเล็กมากไปกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ ด้วยวิธีคาร์บอน 14 และอิเล็กตรอนสปินเรโซแนนซ์ เพื่อทำให้ทราบอายุที่แน่นอนของชั้นดินทับถมทางโบราณคดี แล้วนำมาเชื่อมโยงกับผลการวิเคราะห์โบราณวัตถุและนิเวศวัตถุ เพื่อจัดลำดับอายุสมัยทางวัฒนธรรมต่อไป

การวิเคราะห์ข้อมูล ด้านโบราณคดี ได้ทำการวิเคราะห์โบราณวัตถุและนิเวศวัตถุจากแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ด้านหลัก คือ 1 ) การวิเคราะห์เครื่องมือหินกะเทาะ โดยวิเคราะห์เครื่องมือหินกะเทาะโดยการจัดจำแนกเบื้องต้นตามขั้นตอนการผลิตในพื้นที่ขุดค้นที่ 2 ได้ทั้งหมด ทำงานเกินเป้าที่ตั้งไว้ และได้เริ่มวิเคราะห์เครื่องมือหินกะเทาะในพื้นที่ขุดค้นที่ 2 และ 3 ได้ 64 ระดับ ซึ่งเป็นการ ทำงานเกินเป้าที่ตั้งไว้ 2 ) การวิเคราะห์กระดูกสัตว์ สามารถวิเคราะห์พื้นที่ขุดค้นที่ 1 ได้จำนวน 21 ระดับ ซึ่งเป็น การทำงานที่เกินเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งตามแผนจะทำการวิเคราะห์เพียง 15 ระดับเท่านั้น

นอกจากนี้ ทีมวิจัยโบราณคดียังได้วาดแผนผังระดับ เพื่อแสดงการกระจายตัวและความหนาแน่นของโบราณวัตถุแต่ละระดับของพื้นที่ขุดค้นที่ 2-3 ทั้งหมด ซึ่งเป็นการทำงานตามเป้า ซึ่งจะทำการวาดเพียง 20 แผนผัง และเตรียมส่งตัวอย่าง จากเพิงผาถ้ำลอดและบ้านไร่ และแหล่งโบราณคดีที่ทำการสำรวจไปตรวจหาอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีคาร์บอน -14 จำนวน 8 ตัวอย่างที่ Beta Analytic Inc. มลรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โครงการฯ ไม่สามารถจะส่งไปหาค่าอายุที่ห้องปฏิบัติการในประเทศไทยได้เนื่องจากตัวอย่างมีขนาดที่เล็กมาก ดังนั้นจึงต้องรอตัวอย่างของชิ้นส่วนกระดูกคนให้ทีมมานุษยวิทยากายภาพบันทึกข้อมูลให้เสร็จก่อนที่จะส่ง จึงทำให้ต้องปรับแผนส่งตัวอย่างไปกำหนดอายุในงวดที่ 4 ใน 6 เดือนที่สองของปีที่สอง

สรุปผล

ในที่นี้ ผู้วิจัยขอสรุปผลการวิเคราะห์เบื้องต้น เนื่องจากยังมีโบราณวัตถุและนิเวศวัตถุอีกเป็นจำนวนมากที่จะต้องวิเคราะห์ทั้งเชิงคุณภาพ และปริมาณต่อไปใน 6 เดือนที่สองของปีที่สอง นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องอายุของชั้นทับถมของแต่ละพื้นที่ขุดค้น ซึ่งได้ผลการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ไม่มีตัวอย่างจากทุกชั้นทับถมของทั้ง 3 พื้นที่ขุดค้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องส่งตัวอย่างไปกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถจะวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงของหลักฐานทางโบราณคดีในช่วงเวลาได้

ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและปริมาณเบื้องต้น สามารถสรุปเบื้องต้นได้ดังนี้

1. เครื่องมือหินกะเทาะ

สรุปผลการวิเคราะห์เครื่องมือหินกะเทาะเบื้องต้นจำนวน 59 ระดับ ดังนี้

ในพื้นที่ขุดค้นที่ 2 จำนวน 38 ระดับชั้นดินสมมติ จากหลุมขุดค้น 3 หลุม คือ หลุม S20W10 วิเคราะห์ 12 ระดับสมมติ ประกอบด้วยชั้นดินสมมติที่ 24 –35 ระดับความลึก 560-780 cm.dt. หลุม BaulkS21W10 วิเคราะห์ 11 ระดับสมมติ ประกอบด้วยชั้นดินสมมติที่ 25–35 ระดับความลึก 58 0–780 cm.dt. หลุม S21W10 วิเคราะห์ 12 ระดับชั้นดินสมมติ ประกอบด้วยชั้นดินสมมติที่ 24-35 ระดับความลึก 560–780 cm.dt. ในพื้นที่ขุดค้นที่ 3 จากหลุมขุดค้น 2 หลุม คือ หลุม S19W9 วิเคราะห์ 12 ระดับชั้นดินสมมติ ประกอบด้วยชั้นผิวดิน-ชั้นดินสมมติที่ 11 ระดับความลึก S–80 0 cm.dt. หลุม Baulk S20W9 วิเคราะห์ 12 ระดับสมมติ ประกอบด้วยชั้นผิวดิน-ชั้นดินสมมติที่ 11 ระดับความลึก S–80 0 cm.dt ( ดูภาคผนวก ข-เครื่องมือหินกะเทาะ)

โบราณวัตถุประเภทหิน ที่ทำการวิเคราะห์มีจำนวนรวมทั้งหมด 29,693 ชิ้น คิดเป็นน้ำหนัก 46,733,377 กรัม (4,673.337 กิโลกรัม) โดยแกนหินที่วิเคราะห์มีทั้งหมด 8,497 ชิ้น คิดเป็นน้ำหนัก 3,883,695.3 กรัม (3,883.695 กิโลกรัม) สะเก็ดหินที่ทำการวิเคราะห์ทั้งหมด 21,118 ชิ้น คิดเป็นน้ำหนัก 789,642.9 กรัม (789.642 กิโลกรัม) (ดูบทที่ 5 )

อาจกล่าวโดยสรุปว่าพื้นที่ขุดค้นที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดเอียง อาจจะเป็นบริเวณที่มีกิจกรรมหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องมือหินกะเทาะ ชั้นดินทับถมสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย คือ ชั้นทับถมที่ 3-7 เป็นบริเวณที่การผลิตเครื่องมือหินกะเทาะ และการซ่อมแซมเครื่องมือ เพราะมีอัตราส่วนของเครื่องมือหินกะเทาะที่มีการใช้งานเป็นจำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับสะเก็ดหิน และเแกนหินที่ไม่มีการใช้งาน (ดูรายละเอียดในบทที่ 5)

ชั้นล่างสุดคือ ชั้นดินทับถมที่ 7 น่าจะเป็นชั้นทับถมที่แสดงถึงการเข้ามาใช้พื้นที่บริเวณนี้ และเหนือชั้นดินทับถมที่ 7 ( ชั้นดินทับถมที่ 4-6) มีร่องรอยของการถล่มของหินปูนทำให้พื้นที่ขุดค้นที่ 2 เกิดความไม่สม่ำเสมอ และมีการเปลี่ยนหน้าที่การใช้งานบริเวณนี้เป็นที่ทิ้งเศษหินและกระดูกสัตว์

พื้นที่ขุดค้นที่ 3 เป็นพื้นที่ค่อนข้างจะเป็นแนวระนาบและมีความลาดเอียงน้อยกว่าพื้นที่ขุดค้นที่ 2 ชั้นดินทับถมสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย คือ ชั้นทับถมที่ 3, 3a 4 ชั้นทับถมที่ 4 เป็นชั้นทับถมที่เข้ามาใช้พื้นที่ในการกะเทาะเครื่องมือหินในช่วงแรก ต่อมาชั้นทับถมที่ 3a เป็นชั้นที่มีร่องรอยการผลิตเครื่องมือหินกะเทาะมากที่สุด ซึ่งแสดงถึงการใช้พื้นที่บริเวณนี้ในการผลิตเครื่องมืออย่างต่อเนื่องและเข้มข้น และชั้นทับถมที่ 3 พบว่ามีร่องรอยการผลิตเครื่องมือหินกะเทาะลดลงค่อนข้างมากแต่ก็ยังคงใช้เป็นพื้นที่ ในการผลิตเครื่องมือเช่นเดียวกับชั้นทับถมที่ 3a

2. กระดูกสัตว์

สรุปผลการวิเคราะห์กระดูกสัตว์ จากพื้นที่ขุดค้นที่ 1 หลุม S23W10 ทำการวิเคราะห์ และจำแนกประเภทสัตว์เบื้องต้น ตั้งแต่ระดับชั้นผิวดิน ถึงระดับชั้นดินสมมติที่ 20 (340-350 cm.dt.) จำนวนทั้งสิ้น 21 ระดับ จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า สัตว์ในวงศ์กวาง สัตว์ในวงศ์วัวป่า เลียงผา หมูป่า เป็นสัตว์ที่สามารถพบได้ตลอดทุกชั้นทับถม ทั้งนี้ สัตว์แต่ละประเภทยังพบทั้งสัตว์ที่โตเต็มวัย และสัตว์ที่ยังไม่เจริญเติบโตเต็มวัย ( Juvenile) แสดงให้เห็นว่า ลักษณะการล่าสัตว์ และ/หรือการบริโภคสัตว์มีความหลากหลายค่อนข้างมากทั้งประเภทสัตว์ และขนาดตัวของสัตว์

นอกจากนี้ยังพบสัตว์ประเภทอื่นๆ เช่น สัตว์ในวงศ์อ้น สัตว์ในวงศ์เม่น สัตว์ในวงศ์แรด สัตว์ในวงศ์หมี สัตว์ในวงศ์ย่อยลิง สัตว์ในวงศ์ย่อยค่าง เป็นต้น

สำหรับการใช้พื้นที่ พบหลักฐานในการยืนยันว่า พ้นที่ขุดค้นที่ 1 เป็นบริเวณพื้นที่ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการชำแหละซากสัตว์ และปรุงอาหาร คือ ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ที่ปรากฏร่องรอยสับตัด และชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ที่ปรากฏร่องรอยการเผาไฟ

จากการจำแนกประเภทสัตว์เบื้องต้นในครั้งนี้ทำให้ได้ข้อมูลสนับสนุนการสันนิษฐานสภาพแวดล้อมในอดีต สมัยไพลสโตซีนตอนปลายถึงสมัยโฮโลซีนตอนต้น ว่า มีความใกล้เคียง หรือเหมือนกับสภาพแวดล้อมของแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด พื้นที่อำเภอปางมะผ้าในปัจจุบัน โดยมีสภาพป่าที่หลากหลาย ได้แก่ ป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าไผ่ และป่าหินปูน ซึ่งเป็นทีอยู่อาศัยของสัตว์จำพวก กวางป่า เก้ง เลียงผา วัวป่า ควายป่า ลิง ค่าง หมูป่า เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้ทำการทดลองทางโบราณคดีเกี่ยวกับกระดูกสัตว์ โดยทำการทดลองเกี่ยวกับการชำแหละซากสัตว์ และการทดลองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพกระดูกสัตว์ที่เป็นผลมาจากสภาพแวดล้อม จากการทดลองพบว่า ในการชำแหละซากสัตว์นั้น รยางค์สัตว์สดจะชำแหละยากกว่ารยางค์สัตว์ที่ผ่านกระบวนการปรุงอาหาร และจะปรากฏร่องรอยของเครื่องมือหินมากกว่า โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อกระดูก ส่วนขนาดของสัตว์ก็มีส่วนในความยากง่ายในการชำแหละด้วยเช่นกัน กล่าวคือ สัตว์ขนาดใหญ่จะทำการชำแหละยากที่สุด รองลงมาคือ สัตว์ขนาดกลาง และสัตว์ขนาดเล็กตามลำดับ

สำหรับการทดลองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพกระดูกที่เป็นผลมาจากสภาพแวดล้อม พบว่า ระยะเวลาในการทดลอง 1 เดือนนั้น สภาพกระดูกยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เห็นมากนัก แต่การทดลองดังกล่าวก็ได้ให้นัยทางโบราณคดี กล่าวคือ จากการทดลองในพื้นที่ขุดค้นทั้ง 3 พื้นที่ ชิ้นส่วนกระดูกเกือบทั้งหมดสูญหาย แสดงให้เห็นว่า มีการรบกวนของสัตว์กินซาก ดังนั้น ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ที่หลงเหลือในแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด น่าจะเป็นชิ้นส่วนกระดูกสัตว์เพียงบางส่วนเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่จากการรบกวนของสัตว์กินซาก ประเภทต่างๆ

3. การกำหนดอายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์

สำหรับผลการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์นั้น ได้เตรียมส่งตัวอย่างไปกำหนดอายุด้วยวิธีคาร์บอน 14 ห้องปฏิบัติการ Beta Analytic Inc. มลรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ให้ตัวอย่างฟันแก่นักศึกษาปริญญาโทสาขานิวเคลียร์เทคโลโลยี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปทำการทดลองเพื่อกำหนดอายุเคลือบฟันของสัตว์และเปลือกหอยโดยวิธีอิเล็กตรอนสปินเรโซแนนซ์ ซึ่งกำลังรอผลการวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ

*หมายเหตุ งานวิจัยอยู่ระหว่างการดำเนินงานโปรดอย่านำไปอ้างอิง

 

 

LINK:
โครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูง ในอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่สอง ห้อง 808 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ถ.บรมราชชนนี ตลิ่งชัน กทม. 10170 โทร.0-2880-9215 highlandarchaeology@yahoo.com
 
 
 
:: ความก้าวหน้าในขณะนี้