แหล่งท่องเที่ยวสมัยก่อนประวัติศาสตร์

แหล่งท่องเที่ยวสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่จะพาท่านไปนั้นมี 3 แหล่งด้วยกัน คือ

แหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด

แหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด ตั้งอยู่ในศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด บ้านถ้ำลอด ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครับ การเดินทางจากถนนทางหลวงหมายเลข 1095 ก่อนจะถึงตัวเมืองปางมะผ้า ให้เลี้ยวขาวตามป้ายบอกทางมายังศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด ระยะทางประมาณ 9 กม. ท่านก็จะเดินทางถึงเมื่อเข้ามาแล้วให้ถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งจะบริการท่านเป็นอย่างดี

แหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด
 
แหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอดได้ดำเนินการขุดค้นโดยนักโบราณคดีชาวไทยของโครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว. เมื่อปี พ.ศ.2545 สิ่งที่ค้นพบจากการขุดค้นในครั้งนั้นถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ว่าได้ เพราะได้พบที่อยู่อาศัยของคนเก่าไปถึงสมัยยุคน้ำแข็งตอนปลายเมื่อประมาณ 20000 ปีมาแล้ว และยังได้พบบรรพบุรุษของมนุษย์อีกสองโครงมีอายุเก่ากว่าหมื่นปี กลุ่มคนเหล่านี้ใช้เครื่องมือหินกะเทาะเป็นเครื่องมือในการล่าสัตว์ ตัดต้นไม้ ทำอาหาร คล้ายกับที่เราใช้มีดกันในปัจจุบัน

แหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่

การเดินทางไปแหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 เช่นกัน แต่นั่งรถเลยไปทางที่จะไปแม่อ่องสอน จะพบกับป้ายทางซ้ายมือเขียนว่าหมู่บ้านบ้านห้วยไร่ ให้นั่งรถเข้าไปตามทางนี้จนพบหมู่บ้าน ควรเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อหาคนนำทาง และเพื่อความปลอดภัย เพราะจะต้องเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าประมาณ 2 กม. เริ่มต้นเดินทางออกจากหมู่บ้านด้วยการเดินเท้าใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระยะทางประมาณ 2 กม. ผ่านสวนลิ้นจี่ และพื้นที่ไร่นา จากนั้นจึงข้ามแม่น้ำ แล้วเริ่มต้นความมันส์ ด้วยการไต่ภูเขาลัดเลาะแมกไม้ขึ้นไปให้ถึงยอดดอยอันเป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดี นับเป็นช่วงการเดินทางที่เหนื่อยที่สุด ควรเตรียมน้ำดื่มไปให้พอ รวมถึงยาดมด้วย ใช้เวลาในการขึ้นเขาประมาณ 45-60 นาที หรืออาจจะมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับอายุครับ

แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีสภาพเป็นเพิงผาขนาดใหญ่รูปวงโค้ง ตลอดแนวของเพิงผารายล้อมไปด้วยโลงไม้ ซึ่งเป็นโลงศพของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุดโลหะ ที่มีอายุประมาณ 2,500-1,200 ปีมาแล้ว คนในพื้นที่ปางมะผ้าต่างเรียกโลงไม้เหล่านี้ว่า โลงผีแมน นอกเหนือจากโลงไม้แล้วผลจากการขุดค้นทางโบราณคดี ของโครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงฯ ยังค้นพบว่า พื้นที่แห่งนี้มีคนเข้ามาอยู่อาศัยไม่น้อยกว่า 10000 ปีมาแล้ว เป็นกลุ่มคนที่ใช้เครื่องมือหินกะเทาะ

 
   
โลงไม้ที่เพิงผาบ้านไร่
 
ภาพเขียนสีบนหน้าผาเพิงผาบ้านไร่
 
ข้ามแม่น้ำไปแหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่

ที่สุดท้ายของการท่องเที่ยวครั้งนี้คือ

แหล่งโบราณคดีถ้ำลางจันทร์

ถ้ำลางจันทร์ เป็นถ้ำที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยอาศัยทางหลวงหมายเลข 1095 (สบป่อง-แม่ฮ่องสอน) ที่ทอดตัวลัดเลาะที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขา โดยตั้งอยู่ในเขตบ้านแม่ลางจันทร์ ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน จุดสังเกตของการเดินทางก็คือ ถ้าหากมาจากสบป่อง ไม่ไกลจากโรงพยาบาลปางมะผ้า ท่านจะพบกับหน้าผาสูงชันทางด้านขวามือ จะมีป้ายเขียนว่า ถ้ำผีแมน (Coffin Cave) สิ่งที่จะต้องเตรียมไปคือไฟฉาย น้ำดื่ม และรองเท้าที่ไม่ลื่น

ถ้ำลางจันทร์ตั้งอยู่บนหน้าผาของภูเขาหินปูน อยู่สูงเหนือพื้นที่ราบประมาณ 50 เมตร อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 700 เมตร สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นป่าเบญจพรรณ
สิ่งที่ทำให้หน้าผาแห่งนี้เป็นเสมือนหน้าผาศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมการปลงศพก็คือ ถ้ำที่เป็นสุสานล้วนตั้งอยู่บนหน้าผาที่ตั้งตระหง่านสูงชันซ่อนเร้นไม่ให้ผู้ใดเข้าถึงได้ง่าย แต่เมื่ออยู่ปากถ้ำสุสานกลับสามารถมองเห็นภูประเทศได้กว้างไกลไม่ว่าจะเป็นที่ราบหรือลำน้ำลางที่อยู่เบื้องหน้า ล้วนเข้าลักษณะที่คนในปัจจุบันเรียกว่า ฮวงจุ้ย ที่ดี

นอกจากนี้หน้าผาแห่งนี้มิได้ประกอบด้วยถ้ำโลงไม้เพียงถ้ำเดียว แต่มีถ้ำที่มีโลงไม้มีอยู่ถึง 5 ถ้ำด้วยกัน รูปแบบหัวโลงก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ในอดีตถ้ำลางจันทร์จึงอาจเป็นเพิงผาศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ปลงศพของคนในตระกูลเดียวกันก็เป็นได้ แต่สำหรับการท่องเที่ยวถ้ำลางจันทร์มีเพียง 2 ถ้ำเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก คือ ถ้ำลางจันทร์หมายเลข 1 และ 3

ถ้ำลางจันทร์หมายเลข 1
เป็นถ้ำที่ไปถึงก่อนถ้ำอื่น เส้นทางการเดินเริ่มจากเดินตามทางดินขนาดเล็กที่อยู่ติดถนนขึ้นภูเขามาประมาณ 100 เมตร ปีนไต่ลัดเลาะตามภูเขาผ่านแมกไม้ในป่า จุดที่ยากที่สุดจะเป็นการไต่ไปตามก้อนหินขนาดใหญ่ที่ถล่มลงมา แต่เมื่อผ่านจุดนี้ได้เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปจะพบกับโลงไม้ตั้งอยู่บนเสา-คานบริเวณปากถ้ำ
ปากถ้ำลางจันทร์หมายเลข 1 หันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สามารถมองเห็นลำน้ำลางที่อยู่ห่างไปประมาณ 200-250 เมตร ถ้ำแห่งนี้มีโลงไม้เพียง 1 โลง แบ่งออกเป็นสองฝา สภาพค่อนข้างทรุดโทรม เพราะผ่านกาลเวลามาช้านาน แม้กระนั้นก็สามารถตั้งอยู่มาได้นับพันปีด้วยการทำเสาค้ำยันให้มั่นคงโดยสังเกตว่าที่โคนเสามีการเอาหินปูนมาอัดไว้ให้แน่น
รูปแบบหัวโลงเป็นทรงเรขาคณิตทำเป็นรูปแท่งไม้ยาวยื่นออกมา ตัวโลงยาวประมาณ 3 เมตร ถ้าสังเกตให้ดีตามตัวโลงและเสาไม้มีร่องรอยการถากด้วยเครื่องมือโลหะ ตัวเสาโลงไม้และเสาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงร่องรอยถากไม้ด้วยเครื่องมือโลหะ
ถ้ำลางจันทร์หมายเลข 3
อยู่ห่างจากถ้ำลางจันทร์ 1 ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 150 เมตร ต้องไต่ก้อนหินไปตามโพรงถ้ำขนาดเล็กทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทางเข้าทางเดียว
ถ้ำลางจันทร์หมายเลข 3 เป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ค่อนข้างมืด โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนในที่มีโลงไม้ โลงไม้ที่พบมีด้วยกัน 3 โลง แบ่งเป็นโลงไม้ขนาดใหญ่ 2 โลง ความยาวของตัวโลงประมาณ 5 เมตร หัวโลงเป็นแบบแท่งไม้ยาวแบบเดียวกับถ้ำลางจันทร์ 1 ส่วนโลงไม้อีกโลงอยู่ท้ายถ้ำเป็นโลงขนาดเล็กความยาวประมาณ 2 เมตร หัวโลงเป็นแท่งไม้สั้นขนาดเล็ก ที่พิเศษคือ ขอบของฝาโลงทำเป็นสันคิ้วขึ้นมาเพื่อให้โลงทั้งสองฝาสามารถประกบเข้ากันได้สนิท โลงขนาดเล็กนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนเสา-คานดังเช่นโลงขนาดใหญ่ แต่วางพาดอยู่บนหลืบหินของถ้ำ