ETHNOARCHAEOLOGY PROJECT IN PANG MAPHA DISTRICT, MAE HONG SON PROVINCE
 
 
การขุดค้นแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด
 
 

ผลการวิจัยสามารถสรุปออกเป็น 3 หัวข้อหลัก คือ 1.คน สังคม และวัฒนธรรม 2.สภาพแวดล้อมโบราณ 3.ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อม

2. สภาพแวดล้อมโบราณ

mmmmผู้วิจัยได้ประมวลสถานภาพของความรู้เกี่ยวกับเรื่องสภาพแวดล้อมโบราณในระดับมหัพภาคโดยสังเขป เพื่อให้ทราบภาพรวมของการ เปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายใน ประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศจากบริบทของโลก
nnnnmnผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่า ภายในภาคพื้นแผ่นดินได้รับผลกระทบที่น้อยกว่าชายฝั่งทะเลตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคภายในอำเภอปางมะผ้าสอดคล้องกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคอื่นๆ คือ มีอากาศหนาวเย็น ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และหนาแน่นในช่วงสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย-โฮโลซีนตอนต้น แต่ในระดับจุลภาคพบว่าระบบนิเวศย่อยของเฉพาะแหล่งโบราณคดีมีการเปลี่ยนแปลงของประเภทของป่าไม้
mmmmสมัยโฮโลซีนตอนปลายเป็นสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นโดยคน เช่น การตัดไม้ และล่าสัตว์ขนาดใหญ่เพื่อการค้า ทำให้ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิ และปริมาณน้ำฝน ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของป่าไม้และความหนาแน่นของต้นไม้ภายในพื้นที่ เกิดป่าเสื่อมโทรมขึ้น สัตว์ขนาดใหญ่สูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ เช่น สัตว์ตระกูลวัว/ควาย กวาง ช้าง เสื่อ เป็นต้น
mmmmการทราบข้อมูลพื้นฐานสภาพแวดล้อมโบราณในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ทราบว่าพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้ามีความหลากหลายของชนิดของพืชและ สัตว์มากกว่าปัจจุบัน และเป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ถ้าหากสามารถทราบการเปลี่ยนแปลงจำนวนและการสูญพันธุ์ของพืชหรือสัตว์ว่า เกิดในช่วงเวลาใดของพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม ก็จะทำให้สามารถตรวจสอบข้อสมมติฐานเกี่ยวกับการเกิดกสิกรรมได้ โดยเฉพาะข้อสมมติฐานที่เสนอว่ากสิกรรมเกิดจากการปรับตัวในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องน่า สืบค้นว่าการเพาะปลูกและการกสิกรรมเกิดขึ้นเมื่อใดในลำดับพัฒนาการของสังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้ (Gorman 1970a)

3. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อม

ทททททผลการวิจัยทำให้ทราบปฏิสัมพันธ์ของคนกับสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนคือ “การปรับตัว” ด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมว่า มีแหล่งทรัพยากรที่ใช้สำหรับการบริโภคอุปโภค และมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมต่างๆ ได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมทางวัตถุหรือวัฒนธรรมทางด้านจิตใจ ในเรื่องของเทคโนโลยี การดำรงชีพ การตั้งถิ่นฐาน รวมทั้งความเชื่อและพิธีกรรม ดังนั้น หากจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมก็จำเป็นต้องเข้าใจลักษณะขององค์รวมทางวัฒนธรรมของแต่ละยุคสมัย โดยวิเคราะห์จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการสำรวจและขุดค้น
ทททททการปฎิสัมพันธ์ของคนกับสิ่งแวดล้อมจะมีความแตกต่างกันไปตามการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และ วัฒนธรรม เช่น ในสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย-โฮโลซีนตอนกลาง พบว่าคนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน มีการทำลายสภาพแวดล้อมหรือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่รอบๆ น้อยมาก ในสมัยนี้มีความเชื่อหรือพิธีกรรมต่างๆ หรือการดำรงชีพหรือที่อยู่อาศัย มีสัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ทททททในสมัยโฮโลซีนตอนปลาย การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมมีมากกว่าสมัยก่อน เพราะมีการตัดไม้ขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมปลงศพ ในวัฒนธรรมโลงไม้ คนโบราณได้พัฒนาเทคโนโลยีในการทำเครื่องมือเหล็ก และพัฒนาภูมิปัญญาในเรื่องการคัดเลือกและทำงานช่างไม้ ถ้ำหรือเพิงผาที่เลือก ใช้เป็นสุสานของคนในวัฒนธรรมนี้น่าจะแสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ของคนกับธรรมชาติที่อยู่ในรูปแบบของความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผี บรรพบุรุษ และความตาย เป็นต้น

<<BACK