โครงการสำรวจและการจัดทำข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ทางโบราณคดีบนพื้นที่สูง ในลุ่มน้ำลางตอนบน อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน
An Archaeological Survey and GIS Database system in Upper Lang River Highland Pang Mapha District, Mae Hong Son Province

ผู้วิจัย นายเชิดศักดิ์ ตรีรยาภิวัฒน์

หลักการและเหตุผล
อาณาบริเวณที่เป็นพื้นที่ประเทศไทย นอกจากจะประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและความหลายหลากทางทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ทรัพยากรอีกสิ่งหนึ่งที่ดำรงอยู่ควบคู่มากับผืนดินแห่งนี้ตั้งแต่อดีต คือ ทรัพยากรทางวัฒนธรรม ทั้งที่เป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ยังคงสืบทอดต่อกันมาในกลุ่มคนตามภูมิภาคต่างๆของประเทศและแหล่งวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์โบราณคดี อันได้แก่โบราณวัตถุสถานในยุคสมัยต่างๆ ทำให้สามารถกล่าวได้ว่า ในประเทศไทยนั้นมีร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงสมัยประวัติศาสตร์ และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

พื้นที่ของอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งตั้งอยู่ในส่วนที่เป็นภาคเหนือด้านตะวันตกของประเทศไทย และเป็นพื้นที่ติดกับสหภาพเมียนมาร์ ภูมิประเทศโดยทั่วไปมีลักษณะเป็น “พื้นที่สูง” หรือเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เทือกเขาส่วนใหญ่เป็นเขาหินปูนที่เกิดในยุคเพอร์เมียน (Permian) เมื่อประมาณ 230-280 ล้านปีก่อน โดยทั่วไปของพื้นที่ประกอบด้วยเทือกเขาและผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีธารน้ำและถ้ำอีกหลายแห่ง ประชากรปัจจุบันประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธ์ต่างๆมากมาย และเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งโบราณคดีเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปถึงหมื่นปีเรื่อยลงมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์

ในปี พ.ศ.2541 โครงการการสำรวจและการจัดทำระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับถ้ำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สำรวจหาแหล่งโบราณคดีที่พบตามถ้ำในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า และพบแหล่งโบราณคดีจำนวน 37 แห่ง แบ่งตามประเภทของการใช้งานแหล่งได้สามประเภท คือ แหล่งที่เป็นถ้ำประกอบพิธีธรรมศพในวัฒนธรรมโลงไม้หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าถ้ำผีแมน แหล่งที่เป็นภาพเขียนสีและแหล่งที่เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดการศึกษาค้นคว้าของนักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อีกหลายชิ้นด้วยกัน

ต่อมาในระหว่างปี พ.ศ. 2544-2546 โครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อเนื่องมาจากโครงการการสำรวจและการจัดทำระบบฐานข้อมูลฯ ได้เริ่มทำการสำรวจหาแหล่งโบราณคดีในบริเวณพื้นที่ศึกษาเพิ่มเติม และทำการขุดค้นในแหล่งโบราณคดีอีกสองแห่งเพื่อนำข้อมูลหลักฐานมาใช้ในการตอบโจทย์การวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์กันระหว่างมนุษย์ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในอดีตและจัดเรียงลำดับชั้นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศึกษา โดยสรุปจากการสำรวจได้ว่า พื้นที่ของอำเภอปางมะผ้าไม่เพียงแต่จะพบแหล่งโบราณคดีตามถ้ำและเพิงผาเท่านั้น แต่ยังพบแหล่งโบราณคดีตามสันดอยซึ่งมีโบราณวัตถุที่เป็นเครื่องมือหิน เช่นเดียวกับที่พบในแหล่งโบราณคดีดอยแม่สง่าและแหล่งโบราณคดีดอยแม่สะหงี อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และยังพบร่องรอยของโบราณสถานอีกหลายแห่งในบริเวณบ้านเมืองแพม ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จากการดำเนินงานศึกษาของทั้งสองโครงการ ล้วนเป็นหลักฐานยืนยันว่ามีการอยู่อาศัยของมนุษย์ในพื้นที่บริเวณนี้มาช้านาน แต่ปัญหาที่เป็นข้อจำกัดของโครงการทั้งสองคือ โครงการการสำรวจและการจัดทำระบบฐานข้อมูลฯนั้นได้ทำการสำรวจและทำฐานข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นถ้ำเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นถ้ำในวัฒนธรรมโลงไม้ จึงไม่นับว่าเป็นฐานข้อมูลทางโบราณคดีที่สมบูรณ์ ส่วนโครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงฯ แม้จะมีการสำรวจพบแหล่งโบราณคดีหลายประเภทในหลายสมัย แต่ไม่มีการจัดทำข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่พบในรูปของฐานข้อมูล ทำให้ข้อมูลจากทั้งสองแหล่งการวิจัยยังไม่ถูกนำมารวมให้เกิดความสมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลของวัฒนธรรมต่างๆทางโบราณคดีในพื้นที่ปางมะผ้าอย่างครบถ้วน


ปัจจุบัน อำเภอปางมะผ้ากำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้เกิดการค้นหาสถานที่และการท่องเที่ยวในหลายรูปแบบเพื่อดึงดูดผู้คน เช่น การเที่ยวถ้ำเชิงผจญภัย การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การล่องเรือยาง การเดินป่าค้างแรม บ้านพักนักท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งเป็นช่องทางให้เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรทั้งจากภายในท้องถิ่นเองและจากต่างท้องถิ่นเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ นำไปสู่การเติบโตของชุมชนหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องขยายพื้นที่หมู่บ้านเพื่อการอยู่อาศัย การพื้นที่เพาะปลูก หรือแม้แต่การสร้างถนน ปัญหาที่ตามมาซึ่งอาจยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรคือ การใช้พื้นที่ซ้อนทับและเข้าไปรบกวนแหล่งโบราณคดี ทั้งที่เกิดขึ้นโดยเจตนาหรือเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดการสูญเสียข้อมูลและแหล่งวัฒนธรรมที่เป็นสมบัติของแผ่นดิน

ดังนั้น การป้องกันรักษาแหล่งโบราณคดีที่พบภายในอำเภอปางมะผ้าไม่ให้ถูกทำลาย จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนการจัดสรรพื้นที่เพื่อการพัฒนาโดยไม่เกิดผลกระทบเชิงลบต่อแหล่งโบราณคดี แต่การดำเนินการดังกล่าวนั้น ต้องผ่านกระบวนการศึกษาทางโบราณคดีเพื่อให้เกิดความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีเสียก่อน โดยประเด็นคำถามของการศึกษาคือ
1) ในพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีประเภทใดและมีอายุสมัยใดบ้าง ข้อมูลพื้นฐานจากโครงการทั้งสองที่กล่าวไว้ พบว่ามีแหล่งโบราณคดีรวมกว่า 50 แหล่ง โดยแหล่งโบราณคดีเหล่านั้นมีหน้าที่ ที่ตั้งและอายุสมัยที่แตกต่างกัน การรวบรวมข้อมูล การสำรวจและการจัดจำแนกแหล่งโบราณคดีเพื่อช่วยแบ่งแยกประเภทและอายุสมัย จะทำให้เข้าใจถึงวัฒนธรรมของมนุษย์ในอดีตที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศึกษา
2) การเลือกที่ตั้งของแหล่ง เนื่องจากพฤติกรรมการอยู่อาศัยของมนุษย์จะมีการเลือกและจัดแบ่งพื้นที่และบริเวณโดยรอบตามกิจกรรมหรือหน้าที่ ดังนั้น แหล่งโบราณคดีแต่ละประเภทจึงน่าจะมีการเลือกพื้นที่ที่ต่างกันออกไปตามเวลาและสถานที่ การศึกษาการเลือกที่ตั้งของแหล่งจึงสามารถช่วยให้เข้าใจถึงการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย
การศึกษาความสัมพันธ์ของมนุษย์กับการเลือกใช้พื้นที่นั้น เป็นวิธีการศึกษาทางภูมิศาสตร์ ซึ่งได้พัฒนาเข้ากับความเจริญทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จนเกิด ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS-Geographic Information System) โดยนำมาใช้ศึกษาการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในปัจจุบัน เพื่อนำไปวางแผนการใช้และพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพการศึกษาที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีโดยประยุกต์ใช้วิธีการของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ จึงเป็นการศึกษาจากข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวกับสภาพที่ตั้งของแหล่งโบราณคดี เพื่อนำมาแสดงผลการเลือกใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต และนำมาคาดคะเนถึงความน่าจะเป็นในการพบแหล่งโบราณคดีในบริเวณอื่นๆที่มีลักษณะสภาพพื้นที่เหมือนกัน
การศึกษาเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของแหล่งโบราณคดี โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ จึงจำเป็นต้องมีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่จริงสู่ระบบฐานข้อมูลและแผนที่ภูมิศาสตร์ การกำหนดขอบเขตพื้นที่ศึกษาจึงมีผลต่อความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูล การศึกษาครั้งนี้จึงได้เลือกพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำลางตอนบน เนื่องจากมีความหลากหลายทางสภาพภูมิศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้พบแหล่งโบราณคดีได้หลายประเภทมากยิ่งขึ้น

ฉะนั้น การจัดทำระบบฐานข้อมูลและการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กับงานโบราณคดีเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการเลือกใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต ตามประเภทและอายุสมัยของแหล่งโบราณคดีของโครงการนี้ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลทางโบราณคดีในอำเภอปางมะผ้าให้สมบูรณ์ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการคาดการณ์ว่าน่าจะพบแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานโบราณคดีและการวางแผนพัฒนาพื้นที่ของท้องถิ่นต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลแหล่งโบราณคดีตามประเภทและอายุสมัยในพื้นที่ศึกษา
2. ศึกษาการเลือกใช้พื้นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีแต่ละประเภท
3. จัดทำข้อมูลแผนที่สารสนเทศภูมิศาสตร์ทางโบราณคดีเพื่อประมวลและแสดงผลการเลือกใช้พื้นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดี
4. นำความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการคาดการณ์ที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีนอกพื้นที่ศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและงานโบราณคดีในอนาคต

ขอบเขตการวิจัย
พื้นที่ที่ถูกเลือกใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือบริเวณลุ่มน้ำลางตอนบน ตั้งแต่ประมาณเส้นละติจูดที่ 19?32?-19?38?เหนือ และเส้นลองจิจูดที่ 98?15?- 98?21?ตะวันออก ครอบคลุมที่พื้นที่ของหมู่บ้าน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านถ้ำลอด บ้านเมืองแพม บ้านห้วยแห้ง บ้านแสนคำลือและบ้านวนาหลวง ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน คิดเป็นพื้นที่การสำรวจเพื่อใช้ในการวิจัยทั้งสิ้น 124.5 ตารางกิโลเมตร

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. สามารถสรุปจำนวนของแหล่งโบราณคดีตามประเภทและอายุสมัยในพื้นที่ศึกษา
2. สามารถสรุปการเลือกใช้พื้นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีแต่ละประเภทและอายุสมัย
3. สามารถจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ทางโบราณคดีและแสดงผลการเลือกใช้พื้นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดี
4. สามารถคาดการณ์บริเวณที่เป็นที่ตั้งแหล่งโบราณคดีนอกพื้นที่ศึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางในการสำรวจทางโบราณคดีและการพัฒนาท้องถิ่นในอนาคต

     
 
 
 
หน้าแรก